เมื่อได้รับการตอบรับจากสถานศึกษาจากเยอรมนีแล้ว เราจะต้องเตรียมตัวเพื่อเดินทางมายังเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็นการมีหนังสือเดินทาง การขอวีซ่า การเรียนภาษา รวมทั้งการหาที่พักอาศัยด้วย ขั้นตอนต่างๆจะมีเอกสารหลายอย่างที่เกี่ยวข้องและบางขั้นตอนอาจต้องติดต่อกับสถานที่ราชการ ดังนั้น จึงควรทราบรายละเอียดที่ถูกต้องก่อนเดินทาง

การขอพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง

การขอหนังสือเดินทางในเยอรมนี
  • บัตรประชาชน (ถ้าไม่มี ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านมาประกอบ)
  • ค่าธรรมเนียม : ค่าธรรมเนียมระยะเวลาการผลิตและจัดส่ง 
  • สำหรับผู้ที่อายุ 15-20 ปี ต้องมีหนังสือรับรองจากบิดาและมารดา หรือผู้ปกครอง
  • สำหรับผู้ที่อายุไม่ถึง 15 ปี ต้องมีบิดาและมารดา หรือผู้ปกครองมาแสดงตัว
  • รายละเอียดการขอหนังสือเดินทางสามารถเข้าไปดูได้ที่ หนังสือเดินทาง

การขอวีซ่า

การขอวีซ่า

การยื่นเรื่องขอวีซ่าเยอรมันสำหรับนักเรียนมีหลายแบบด้วยกัน ได้แก่

  1. วีซ่าเรียนภาษา 

  2. วีซ่าเตรียมเรียนต่อ (studienvorbereitendes Visum)
  3. วีซ่าสมัครเรียน (Visum für Studienbewerber)
  4. วีซ่าเรียนมหาวิทยาลัย
วีซ่าเรียนภาษา

การจะขอวีซ่ามาเรียนภาษาเยอรมันระยะยาวที่เยอรมนี จำเป็นต้องมีความรู้ภาษาเยอรมันพื้นฐานระดับ A1 ก่อน วีซ่าลักษณะนี้มักจะออกให้เต็มที่ 1 ปี และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าชนิดอื่นภายหลังได้ หากต้องการเปลี่ยนประเภทวีซ่า จะต้องกลับมาเปลี่ยนที่ประเทศไทย หลักสูตรภาษาที่สมัครเรียนนั้นจะต้องมีชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์เกิน 18 ชั่วโมงขึ้นไป

วีซ่าเตรียมเรียนต่อ

วีซ่าชนิดนี้มีข้อกำหนดพิเศษ คือ ผู้สมัครจำเป็นต้องมีหลักฐานความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1 เป็นอย่างน้อย หรือมีใบเชิญสอบจาก Studienkolleg หรือมีใบตอบรับแบบมีเงื่อนไขจากมหาวิทยาลัย เป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมจากวีซ่าเรียนภาษาแบบธรรมดา หลักสูตรภาษาที่สมัครเรียนนั้นจะต้องมีชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์เกิน 18 ชั่วโมงขึ้นไป วีซ่าชนิดนี้มักจะออกให้เต็มที่ 18-24 เดือน ซึ่งส่วนมากแล้วจะพอสำหรับการเรียนภาษาและเรียน Studienkolleg ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย และในบางกรณีอาจต่ออายุได้อีกหาก Ausländeramt พิจารณาอนุมัติ (เช่น สอบภาษาผ่านแล้ว กำลังรอมหาวิทยาลัยตอบรับ เป็นต้น) เมื่อได้ตอบรับเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว สามารถเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่านักเรียนได้

วีซ่าสมัครเรียน

วีซ่าชนิดนี้ส่วนใหญ่จะออกให้ในกรณีที่นักเรียนได้ใบตอบรับแบบมีเงื่อนไขจากมหาวิทยาลัย เช่น ต้องมาสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่เยอรมนี หรือต้องการมาตามเรื่องการสมัครเข้าเรียนด้วยตัวเอง วีซ่าชนิดนี้มีอายุไม่เกิน 9 เดือน และเมื่อได้ตอบรับเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว สามารถเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่านักเรียนได้

วีซ่าเรียนมหาวิทยาลัย

ในกรณีที่นักเรียนได้ใบตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไขจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่อยู่ที่ประเทศไทย สามารถสมัครวีซ่าลักษณะนี้ได้เลย โดยส่วนใหญ่จะได้วีซ่าขั้นแรก 6 เดือน แล้วจะต้องมาต่อวีซ่าภายหลังเมื่อมาถึงเยอรมนี

เอกสารอื่นๆ
  • หนังสือเดินทางฉบับจริง
  • รูปถ่ายไบโอเมตริก 2 รูป (ดูรายละเอียดรูปถ่ายที่ Visa Information)
  • แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า ที่กรอกข้อความครบถ้วน 2 ชุด
  • หนังสือตอบรับให้เข้าศึกษา/ใบตอบรับการจองที่เรียนล่วงหน้าจากมหาวิทยาลัย หรือ Studienkolleg
  • หากยังไม่มีใบตอบรับ ให้แสดงหลักฐานการจองหลักสูตรเรียนภาษาที่เยอรมนีแทน โดยหลักสูตรภาษาที่สมัครเรียนนั้นจะต้องมีชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์เกิน 18 ชั่วโมงขึ้นไป
  • บางกรณีอาจต้องเขียนจดหมายแสดงแรงจูงใจที่ต้องการไปเรียนภาษาที่เยอรมนีด้วย
  • หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาทุกระดับที่ผ่านมา (ประกาศนียบัตรชั้นมัธยม ปริญญาบัตร) 
  • หลักฐานแสดงความรู้ภาษาเยอรมัน โดยต้องแสดงหลักฐานระดับ A1 ในกรณีวีซ่าเรียนภาษา และระดับ B1 ในกรณีวีซ่าเตรียมเรียนต่อ
  • ประกันสุขภาพ ในกรณีได้ตอบรับจากมหาวิทยาลัยแล้ว สามารถสมัครประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาของรัฐบาลล่วงหน้าได้ ในกรณีอื่นๆ สามารถสมัครประกันสุขภาพของเอกชนได้ ทั้งนี้แนะนำให้เลือกสมัครประกันสุขภาพกับบริษัทเยอรมัน เนื่องจากเมื่อไปต่อวีซ่าที่เยอรมนี ทางการเยอรมันมักจะไม่ยอมรับประกันสุขภาพจากบริษัทของไทย
  • หลักฐานการเงิน อย่างน้อยเดือนละ 861,-ยูโร เป็นระยะเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี  

โดยสามารถแสดงหลักฐานการเงินได้หลายวิธีดังนี้

  • หลักฐานว่าได้รับทุนการศึกษาในจำนวนที่เพียงพอต่อเดือน
  • หลักฐานรายได้ของผู้รับรองที่ทำงานมีรายได้ในเยอรมนี โดยผู้รับรองต้องติดต่อหน่วยงานรัฐของเมืองที่ตนเองอาศัยอยู่เพื่อขอทำหนังสือรับรอง ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ Merkblatt zur Verpflichtungserklärung PDF / 279 KB 
  • หลักฐานบัญชีธนาคารเยอรมันในชื่อของผู้ขอวีซ่า ในลักษณะ blocked account โดยสามารถติดต่อเปิดบัญชีได้ตามรายละเอียดในเว็บไซต์นี้ Eröffnung eines Sperrkontos in Deutschland für Studierende vor der Einreise 

                      หากต้องการมาศึกษาต่อที่เยอรมนี ต้องเดินทางเข้าประเทศเยอรมันด้วยวีซ่าดังกล่าวข้างต้นเท่านั้น ไม่ใช่วีซ่านักท่องเที่ยว (Touristenvisum) หรือวีซ่าเชงเกน เพราะจะไม่สามารถเปลี่ยนวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นวีซ่านักเรียนได้ที่เยอรมนี ต้องกลับไปทำเรื่องเปลี่ยนที่สถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทยเท่านั้น

รายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับการทำวีซ่าสามารถเข้าไปดูได้ที่ วีซ่าและการเดินทาง - กระทรวงการต่างประเทศ
และ Apply for a visa 

 

เรียนภาษา

Goethe-Institut

Goethe Institut (สถาบันเกอเธ่) เป็นสถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงมากที่สุด มีสาขาในหลายๆ เมืองทั่วประเทศเยอรมนี รวมทั้งในกรุงเทพฯ ด้วย ระดับการสอนและการสอบวัดระดับใน Goethe Institut จะได้รับการยอมรับจากสถาบันอุดมศึกษาในเยอรมัน Goethe Institut เปิดสอนหลักสูตรภาษาแบบเร่งรัด (Intensivkurs) และหลักสูตรสำหรับเตรียมตัวสอบวัดระดับภาษา เช่น DSH และ TestDaFภายใน Goethe Institut ทุกสาขา จะมีห้องสมุด และศูนย์สารสนเทศซึ่งให้นักเรียนได้ฝึกหัดภาษาด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น จากหนังสือ ภาพยนตร์ หรือเทปบันทึกเสียง

นอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว Goethe Institut ยังจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ทำร่วมกัน เช่น การจัดโปรแกรมทัศนศึกษาระยะสั้น การเยี่ยมชมสถานที่หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง การจัดแข่งขันกีฬาระหว่างนักเรียนภาษา การพาไปรู้จักวัฒนธรรมของชาวเยอรมัน เช่น การพาไปนั่งพูดคุยสนทนาพร้อมๆ ไปกับการดื่มเบียร์ ที่เรียกกันว่า Stammtisch หรือจัดโปรแกรมให้นักเรียนได้ไปพักกับครอบครัวชาวเยอรมันในวันหยุด นอกจากนี้ Goethe Institut ยังเปิดบริการจัดหาห้องพักให้นักเรียนในระหว่างที่เรียนภาษา ซึ่งอาจเป็นห้องในหอพักของ Goethe Institut เอง, ในหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัย หรือ ห้องพักในครอบครัวชาวเยอรมัน

สำหรับสถาบันเกอเธ่ในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ 18/1 ซอยเกอเธ่ สาทร1 กรุงเทพฯ 10120 สามารถสอบถามและค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์: + 66 2 2870942/4 e-mail : info@bangkok.goethe.org เว็บไซต์ : Goethe-Institut Thailand

สำหรับสถาบันเกอเธ่ในประเทศเยอรมนี มีกระจายตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ หากท่านใดสนใจ ลองเข้าไปดูกันได้ที่ Locations ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาที่ Goethe Institut อยู่ในระดับที่สูงกว่าสถาบันสอนภาษาทั่วไป ค่าเล่าเรียนราคาประมาณ 945 -1,125 Euro ต่อ 85 คาบเรียน (คาบเรียนละ 45 นาที) หรือประมาณ 4 สัปดาห์

Volkshochschulen (VHS)

VHS หรือ Folk high schools/Adult education หรือแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆ ก็คือ โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ นั่นเอง vhs เปิดให้มีการเรียนการสอนมากมายหลายสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกวิชาชีพ แม้จะไม่ได้ให้ Acadamic Degree หรือ ปริญญา แต่ผู้ที่เรียนครบตามหลักสูตร ก็จะได้รับ Certificate เพื่อรับรองการเรียนครบตามหลักสูตรและระดับต่างๆ

VHS มีการเปิดสอนภาษาแทบจะทุกภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาเยอรมัน ที่จะมีแทบทุกระดับ และที่สำคัญ ค่าเรียนถูกมาก และเป็นสถาบันที่เป็นที่นิยมของที่ผู้ที่ต้องการเรียนภาษา ไม่ว่าจะเป็น พ่อบ้าน แม่บ้าน หรือผู้ที่เข้ามาทำงานในประเทศเยอรมนี และระดับนักเรียน นักศึกษา ก็มีจำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่เข้าเรียนคอร์สใน vhs นี้ และคอร์สใน โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่นี้ มีช่วงเวลาให้เลือกลงเรียนได้ยืดหยุ่นมาก สามารถลงเรียนได้ในวันเสาร์ อาทิตย์หรือ ภาคค่ำ ด้วย

VHS จะมีอยู่ทุกรัฐและทุกเมือง และในแต่ละเมืองก็จะแบ่งการดูแล เรื่องรับสมัคร จัดครูผู้สอน และสถานที่ ตามเขตต่างๆ ในเมืองนั้นๆ ในส่วนของภาษาเยอรมันนั้น ในเมืองใหญ่ๆ ถือได้ว่า มีให้เลือกมากมาย ทุกระดับ และแทบจะทุกเวลา เพราะมีสถานที่และจำนวนคนเข้าร่วมเรียนเยอะพอสมควร ซึ่งผู้สนใจเรียน ก็สามารถเลือก วัน เวลา สถานที่ ได้ตามความเหมาะสมของตัวเอง อนึ่งถ้าสถานที่นั้นหรือช่วงเวลานั้น มีนักเรียนเต็ม ผู้จัดตารางก็จะหาสถานที่และเวลาที่ใกล้เคียงให้ได้ โดยปกติ ในแต่ละคาบเรียนจะมีนักเรียนไม่เกิน 15-20 คน

ใน Volkhochschule ส่วนใหญ่จะเปิดสอนภาษาเยอรมันสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ตามเมืองใหญ่ๆ หรือเมืองมหาวิทยาลัยมักมีคอร์สเพิ่มเติมซึ่งเปิดสอนภาษาเยอรมันสำหรับเตรียมสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรขั้นต่างๆ ด้วย อย่างไรก็ดี หากคิดจะสมัครเข้าเรียนภาษาใน Volkhochschule มาจากเมืองไทย ก็ควรดูให้แน่ใจก่อนว่าคอร์สนั้นเป็นหลักสูตรเร่งรัดซึ่งใช้เวลาเป็นอย่างต่ำ 20 ชั่วโมงหรือเปล่า เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการขอวีซ่า (ดูรายละเอียดได้ที่หมวด คำถามทั่วๆไป ในหัวข้อการเตรียมเอกสาร)

สามารถดูรายละเอียดหลักสูตรได้จากเว็บไซต์ Deutscher Volkshochschul-Verband: Startseite โดยแต่ละแห่งจะจัดหลักสูตรแยกกัน

คอร์สสอนภาษาในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เปิดสอนภาษาเยอรมันเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้สมัคร เข้าศึกษาต่อซึ่งได้รับใบตอบรับจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ แล้ว ราคาค่าเล่าเรียนมักจะต่ำกว่าสถาบันสอนภาษาเอกชนมาก คอร์สเหล่านี้ในบางมหาวิทยาลัยจะเปิดสอนให้เฉพาะกับผู้ที่มีความรู้พื้นฐานทางด้านภาษามาบ้างแล้ว หาก สนใจเรื่องคอร์สเรียนภาษาในมหาวิทยาลัย สถานที่ที่ควรไปติดต่อที่แรกคือ International Office หรือ Akademisches Auslandsamt (ย่อสั้นๆ คือ AAA ออกเสียงว่า อา อา อา) ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดก่อนในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยก่อน ในบางมหาวิทยาลัยมีการเปิดสอนภาษาเยอรมันให้กับผู้ที่สนใจทั่วไป โดยมีทั้งคอร์สที่เปิดสอนตลอดทั้งปี หรือคอร์สที่เปิดสอนเฉพาะระหว่างปิดภาคเรียน ตัวอย่างคอร์สสอนภาษาสำหรับบุคคลทั่วไป เช่น

สถาบันเอกชนอื่นๆ
  • Carl Duisberg Centren (คาร์ล ดุยซ์แบร์ก เซนเทรน) มีลักษณะการสอนและการให้บริการต่างๆ เหมือนกับ Goethe Institut แต่สถาบันสอนภาษา Carl Duisberg Centren มีสาขาเฉพาะในเมือง Berlin, Hannover, Köln (หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Cologne), Dortmund, München (ภาษาอังกฤษเรียกว่า Munich), Mannheim, Radolfzell และ Saarbruecken รายละเอียดเกี่ยวกับคอร์สและการลงทะเบียน สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.cdc.de/index_en.htm
  • Inlingua เปิดสอนเป็นกลุ่มไม่เกิน 15 คน ในบางสาขาก็มีจำนวนนักเรียนต่อชั้นน้อยมาก เพื่อความแน่ใจ  ควรสอบถามในแต่ละสาขาก่อนว่ามีผู้มาสมัครเรียนมากน้อยเพียงใด ใน Inlingua จะเน้นการสอนเพื่อพูดและฟังเป็นหลัก การเข้าเรียนหากพอมีความรู้มาบ้างแล้วก็สามารถสมัครเข้าได้เลยโดยไม่ต้องรอเปิดคอร์สใหม่ ก่อนเข้าเรียนจะมีการสอบวัดระดับเพื่อจัดห้องเรียนให้ถูกตามระดับความรู้ทางภาษาของผู้สมัคร นอกจากนี้ ในบางสาขาก็มีการเปิดสอนคอร์สสำหรับเตรียมสอบประกาศนียบัตรระดับต่างๆ ด้วยเช่นกัน ดูรายละเอียดกันได้ในเว็บไซต์ของ Inlingua

ที่พักอาศัย

หาที่พักชั่วคราว

การหาที่พักชั่วคราวในคืนแรกๆ สามารถสอบถามได้จากศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว (Tourist Information) Tourist Information จะมีรายชื่อโรงแรม เกสต์เฮาส์ หรือ Youth Hostel (Jugendherberge: http://www.jugendherberge.de/html/index.jsp) ซึ่งมีราคาไม่แพงนัก สำหรับ Youth Hostel นั้น ถ้านักศึกษายังไม่มีบัตรสมาชิก นักศึกษาต้องทำบัตรสมาชิกก่อนเข้าพัก

นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมสำหรับ backpacker ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำบัตรสมาชิกก่อน ก็สามารถเข้าพักได้ ราคาและคุณภาพมีให้เลือกมากมายหลายระดับ สามารถค้นหาได้จากเวบค้นหาทั่วไป เช่น google หรือ เวบค้นหา hostel โดยเฉพาะ เช่น http://www.hostelworld.com/english/hostels.php

 

หากเลือกเรียนภาษากับสถาบันสอนภาษาที่จัดที่พักให้ ขอแนะนำว่าให้เลือกอยู่หอพักรวมกับเพื่อนนักศึกษาต่างชาติมากกว่าที่จะอยู่ห้องแบ่งให้เช่าของชาวเยอรมัน เนื่องจากการอยู่หอพักมีโอกาสฝึกภาษาและมีกิจกรรมให้ทำมากกว่า และส่วนใหญ่แล้ว การอยู่ห้องแบ่งให้เช่าของชาวเยอรมัน ไม่ได้มีลักษณะเหมือนกับการอยู่ Family ของนักเรียนทุนแลกเปลี่ยน แต่เป็นลักษณะแบ่งห้องให้เช่าทั่วไป

นักศึกษามีสิทธิ์ที่จะเลือกที่พักของตนได้ เนื่องจากได้ชำระเงินให้กับสถาบันสอนภาษาแล้ว อย่างไรก็ตาม ควรจะแสดงออกโดยการขอร้องอย่างสุภาพ

Bachelor Degree
เรียนต่อปริญญาตรี
Master Degree
เรียนต่อปริญญาโท
Doktorand
เรียนต่อปริญญาเอก
Preparation
การเตรียมตัว
Live in Germany
การใช้ชีวิตในเยอรมนี
Slider